Engineering1986 > สาระความรู้ > เครื่องยนต์กำลังตก สตาร์ทติดยาก ควันดำ สัญญาณอันตรายว่า Fuel Injection System กำลังมีปัญหา

ในระบบการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซล ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์สำหรับ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) หรือ เครื่องสูบน้ำดับเพลิง (Fire Pump) เป็นเครื่องยนต์ที่ต้องพร้อมทำงานทันทีในกรณีฉุกเฉิน เพื่อรักษาความปลอดภัย แต่ในภาวะปกติอาจไม่ได้ใช้งาน หรือขาดการหมั่นตรวจเช็คอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เมื่อถึงยามวิกฤติ เครื่องยนต์มีปัญหาไม่พร้อมใช้งาน ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย

บ่อยครั้งที่เราพบปัญหาสำหรับเครื่องที่ไม่ได้สตาร์ทนานๆ ไม่ว่าจะเป็น

  • เครื่องยนต์กำลังตกอย่างเห็นได้ชัด เมื่อต้องรับภาระหนัก
  • สตาร์ทติดยาก หรือต้องใช้เวลาในการวอร์มอัพนานกว่าปกติ
  • มี ควันดำหรือควันขาวหนาผิดปกติ ออกจากท่อไอเสีย
  • สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงสูงเกินไป
  • มอเตอร์สตาร์ททำงาน แต่เครื่องยนต์สตาร์ทติดแล้วดับ

สัญญาณเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการใช้งานเครื่องหนัก หรือการสึกหรอตามอายุของเครื่องยนต์โดยรวม แต่แทบทั้งหมดชี้ไปที่ปัญหาหลักใน ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะที่ส่วนประกอบสำคัญที่สุดสองส่วน นั่นคือ ปั๊มอัดกำลังน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Injection Pump) และ หัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Injector)

หลักการทำงานของระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Injection System) สำหรับเครื่องยนต์ในเครื่องกำเนิดไฟฟ้า

ระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ดีเซลมีบทบาทสำคัญและเป็นหัวใจหลักในการทำให้เกิดการเผาไหม้ที่มีประสิทธิภาพ หน้าที่หลักมี 4 ประการ ดังนี้

  1. การสร้างแรงดันสูง (Generate High Pressure) ต้องเพิ่มแรงดันของน้ำมันเชื้อเพลิงให้สูงมาก เพื่อให้สามารถฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้ที่มีแรงดันอากาศอัดสูงได้
  2. การกำหนดปริมาณ (Metering) ปริมาณจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่ถูกต้องแม่นยำ ตามความต้องการของเครื่องยนต์ ตามความเร็วรอบและภาระโหลด ณ ขณะนั้น
  3. การควบคุมจังหวะ (Timing Control) การฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงใน จังหวะเวลาที่แม่นยำ ที่สุด เพื่อให้เกิดการจุดระเบิดที่เหมาะสมที่สุด
  4. การพ่นละออง (Atomization) การทำงานต้องฉีดน้ำมันออกมาเป็น ละอองฝอยละเอียด เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัสให้ผสมกับอากาศและความร้อนร้อนได้ง่าย ทำให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์

ระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือแบบ ระบบกลไก (Mechanical System) และ ระบบควบคุมด้วย ECU (Electronics Control Unit) โดยมีความแตกต่างกันที่วิธีการควบคุมปริมาณและจังหวะการฉีด โดยหลักการทำงานของแต่ละประเภท แตกต่างกันดังนี้

  1. หลักการทำงานของระบบกลไก (Mechanical System)

ระบบกลไกจะรวมหน้าที่ทั้ง 4 ประการเข้าไว้ใน ปั๊มอัดกำลังน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Injection Pump) เป็นหลัก

1.1 ปั๊มฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงแบบกลไก

  • สร้างแรงดันและกำหนดปริมาณ
    • น้ำมันเชื้อเพลิงถูกอัดโดย ลูกสูบอัดกำลัง (Plunger) ซึ่งถูกยกด้วยเพลาลูกเบี้ยวของปั๊มอัดกำลังน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Injection Pump)
    • การกำหนดปริมาณทำโดยการหมุน ลูกสูบ (Plunger) ซึ่งมี ร่องเกลียว (Helix) โดยการควบคุมของคันเร่งหรือGovernor การหมุนนี้จะเปลี่ยนระยะการยกของลูกสูบที่ใช้ในการอัดน้ำมัน ทำให้ปริมาณน้ำมันที่ส่งออกไปมากหรือน้อยตามที่ต้องการ
  • ควบคุมจังหวะ
    • จังหวะการฉีดถูกกำหนดโดยการตั้งตำแหน่งของปั๊มและเพลาลูกเบี้ยว
    • ในปั๊มบางรุ่น จะมีตัวปรับจังหวะอัตโนมัติ (Automatic Timer) ทำงานด้วยแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง เมื่อเครื่องยนต์หมุนเร็วขึ้น ตัว Timer จะเลื่อนจังหวะการฉีดให้เร็วขึ้นเล็กน้อย (Advance Timing)

1.2 หัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Injector)

  • หัวฉีดถูกควบคุมโดย แรงดันน้ำมันเชื้อเพลิงที่ออกมาจากปั๊มอัดกำลังน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Injection Pump)
  • น้ำมันแรงดันสูงที่มาจากปั๊ม จะสะสมแรงดันไว้ที่หัวฉีด เมื่อแรงดันน้ำมันเอาชนะแรงกดของสปริงที่ตั้งไว้ (Opening Pressure)
  • เข็มหัวฉีด (Needle Valve) จะถูกยกขึ้นเพื่อพ่นละอองน้ำมันทันที
  • เมื่อปั๊มหยุดจ่ายน้ำมัน แรงดันจะตกอย่างรวดเร็ว และแรงสปริงจะกดเข็มหัวฉีดให้ปิดสนิท

 

  1. หลักการทำงานของระบบควบคุมด้วย ECU (Electronic Control Unit)

ระบบนี้แยกหน้าที่การสร้างแรงดันออกจากการกำหนดปริมาณและจังหวะการฉีดอย่างชัดเจน ซึ่งจะพบได้ในเครื่องยนต์สมัยใหม่ หรือ Common rail เพื่อความแม่นยำในการควบคุมปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง ให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์กว่า ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่า และลดปัญหามลพิษได้มากกว่า

2.1 ปั๊มอัดกำลังแรงดันสูง (High-Pressure Fuel Inejction Pump)

  • หน้าที่หลักคือการ สร้างแรงดันให้คงที่ (ไม่ควบคุมปริมาณที่ฉีดต่อรอบโดยตรง)
  • ปั๊มจะอัดน้ำมันและส่งไปยัง รางร่วม (Common Rail) ซึ่งทำหน้าที่เป็นถังพักแรงดันสูง
  • ECU จะควบคุมแรงดันในรางผ่าน วาล์วควบคุมปริมาณ (SCV/MPROP) ที่ปั๊ม หรือ วาล์วระบายแรงดัน (Pressure Relief Valve) ที่ราง ด้วยระบบไฟฟ้าที่ควบคุมได้อย่างแม่นยำ

2.2 หัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Fuel Solenoid  Injector)

  • การควบคุมปริมาณและจังหวะ หัวฉีดทำหน้าที่เป็นวาล์วไฟฟ้าความเร็วสูง
  • ECU จะประมวลผลข้อมูลจากเซ็นเซอร์ทั้งหมด เช่น กำลังเครื่องยนต์ที่ต้องการ รอบเครื่อง, อุณหภูมิ แล้วคำนวณหา ปริมาณน้ำมัน และ จังหวะการฉีด ที่เหมาะสมที่สุด
  • จากนั้น ECU จะส่งสัญญาณไฟฟ้าไปยัง โซลินอยด์ (Solenoid) ภายในหัวฉีด
  • สัญญาณไฟฟ้าจะสั่งให้วาล์วควบคุมเปิด ทำให้ เข็มหัวฉีดถูกยกขึ้น และฉีดน้ำมันแรงดันสูงเข้าสู่ห้องเผาไหม้
  • ความแม่นยำของ ECU ทำให้สามารถสั่งเปิด-ปิดวาล์วได้อย่างรวดเร็วมาก จนสามารถฉีดน้ำมันได้หลายครั้งในการเผาไหม้หนึ่งรอบ

ข้อเปรียบเทียบ ระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Injection System) แบบ ระบบกลไก (Mechanical System) และ ระบบควบคุมด้วย ECU (Electronic)

ระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Injection System) ระบบกลไก (Mechanical System) ระบบควบคุมด้วย ECU (Electronic Control Unit)
การควบคุมหลัก กลไกล้วน (Mechanical) ใช้ปั๊มฉีด (Injection Pump) และชุดควบคุมความเร็ว (Governor) ที่ทำงานด้วยกลไก, แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง, และไฮดรอลิก ใช้ระบบควบคุมไฟฟ้า ECU (Electronic Control Unit) ในการรับข้อมูลจากเซ็นเซอร์และสั่งการปั๊ม/หัวฉีด
ส่วนประกอบสำคัญ ปั๊มอัดกำลังน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Injection Pump) และหัวฉีด (Fuel Injector) ปั๊มอัดกำลังแรงดันสูง (High-Pressure Pump), รางร่วม (Common Rail), หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ (Solenoid หรือ Piezo Injector)
แรงดันสูงสุด ค่อนข้างจำกัด (สูงสุดประมาณ 1,000 บาร์) สูงมาก (สามารถสูงถึง 2,500 บาร์ขึ้นไป)
การฉีด ฉีดได้เพียง ครั้งเดียว ต่อรอบการทำงาน (Fixed Injection) สามารถฉีดได้ หลายครั้ง ต่อรอบการทำงาน (Multiple Injection) เพื่อลดเสียงและมลพิษ
การปรับแต่ง มีความยืดหยุ่นน้อยในการปรับจังหวะและปริมาณการฉีด มีความแม่นยำสูง สามารถปรับเปลี่ยนปริมาณและจังหวะการฉีดแบบ Real-time ตามสภาวะของเครื่องยนต์

 

Generator สตาร์ทไม่ติด หรือ สตาร์ทติดแล้วดับ สัญญาณที่บ่งชี้ว่าระบบฉีดเชื้อเพลิงมีปัญหา ( Fuel Injection System )

เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) และเครื่องสูบน้ำดับเพลิง (Fire Pump) เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ให้พลังงานสำรองที่เชื่อถือได้ เมื่อใดก็ตามที่ระบบนี้ล้มเหลวในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการ สตาร์ทไม่ติด เลย หรือ สตาร์ทติดแล้วดับลงทันที ย่อมส่งผลกระทบต่อภารกิจสำคัญ เช่น ระบบต่างๆ ที่ช่วยพิทักษ์ชีวิตในยามฉุกเฉินหยุดชะงัก ระบบขนส่งโดยลิฟต์ ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ระบบสำรองไฟของโรงพยาบาล รวมถึงความปลอดภัยของศูนย์ข้อมูล

ปัญหาการสตาร์ทไม่ติด มักมีหลายสาเหตุที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในการตรวจสอบ ต้องไล่ระดับในการตรวจเช็คที่เกี่ยวข้องกับวงจรสตาร์ท และหลักการทำงานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น แบตเตอรี่, ระบบไฟฟ้าและมอเตอร์สตาร์ท หรือระบบดูดจ่ายอากาศหรือไอดี ไอเสีย (Intake & Exhaust Valve) แต่บ่อยครั้งที่ต้นตอของปัญหาซ่อนอยู่ที่ ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Injection System) ซึ่งประกอบด้วย ปั๊มอัดกำลังน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Injection Pump) และ หัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Injector)

สัญญาณที่บ่งชี้ว่าระบบฉีดเชื้อเพลิงมีปัญหา

ผลกระทบจากระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีปัญหา ปัญหาที่เกิดขึ้นกับ ปั๊มอัดกำลังน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Injection Pump) หรือ หัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Injector) ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการเผาไหม้และสมรรถนะของเครื่องยนต์ ดังนี้

  1. ด้านประสิทธิภาพและการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิง

ปั๊มอัดกำลังน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Injection Pump) หรือ หัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Injector)  ที่ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงสูงผิดปกติ อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุดังนี้

  • หัวฉีดรั่ว (Injector Leaking/Dripping) หากเข็มหัวฉีดปิดไม่สนิทหลังการฉีด (เนื่องจากสิ่งสกปรกติดค้างหรือสปริงอ่อนแรง) น้ำมันเชื้อเพลิงจะไหลหยดเข้าสู่ห้องเผาไหม้อย่างต่อเนื่อง แม้ในจังหวะที่ไม่ควรมีน้ำมัน ทำให้มีการเผาไหม้ในจังหวะที่ไม่ถูกต้อง และเป็นการสูญเสียเชื้อเพลิงโดยเปล่าประโยชน์ นี่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากที่สุด
  • รูปแบบการพ่นผิดปกติ (Poor Spray Pattern) หากรูหัวฉีดอุดตันบางส่วน น้ำมันจะไม่ได้ถูกพ่นเป็นละอองฝอยละเอียด (Atomization) แต่จะพ่นเป็นสายหรือเป็นฝอยหยาบ การผสมกับอากาศจึงไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิด การเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ (Incomplete Combustion) พลังงานความร้อนที่ได้ต่อปริมาณน้ำมันจึงลดลง เครื่องยนต์จึงต้องใช้เชื้อเพลิงมากขึ้นเพื่อสร้างกำลังงานเท่าเดิม
  • จังหวะการฉีดผิดพลาด (Incorrect Timing) ไม่ว่าจะเกิดจากปัญหากลไกในปั๊มฉีด หรือการควบคุมที่ผิดพลาดในระบบ ECU หากการฉีดน้ำมันเกิดขึ้นเร็วไปหรือช้าไป การเผาไหม้ที่เกิดขึ้นจะไม่สามารถสร้างแรงดันสูงสุดได้ในจังหวะที่เหมาะสม ทำให้เครื่องยนต์สูญเสียกำลังและสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง
  1. ด้านสมรรถนะและการทำงานของเครื่องยนต์
  • กำลังเครื่องยนต์ตก (Loss of Power) เนื่องจากปริมาณน้ำมันไม่แม่นยำ หรือการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ทำให้แรงบิดและกำลังสูงสุดที่เครื่องยนต์ทำได้ลดลง
  • สตาร์ทติดยาก/ดับ (Starting Difficulty/Stalling) หากปั๊มอัดกำลังไม่สามารถสร้างแรงดันได้เพียงพอ หรือหัวฉีดรั่วไหลจนแรงดันในรางร่วม (Common Rail) ตกต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ เครื่องยนต์จะไม่สามารถสตาร์ทได้ หรือสตาร์ทติดแล้วดับลงทันที
  • เครื่องยนต์เดินไม่เรียบ (Rough Idling/Running) เกิดขึ้นเมื่อหัวฉีดแต่ละกระบอกสูบจ่ายน้ำมันไม่เท่ากัน (Imbalance) ทำให้แรงที่สร้างในแต่ละกระบอกสูบไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้เครื่องยนต์สั่น
  • ควันไอเสียผิดปกติ
    • ควันดำ : มักเกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ เพราะฉีดน้ำมันมากเกินไป หรือรูปแบบการพ่นไม่ดี (น้ำมันไม่เป็นละออง)
    • ควันขาว: มักเกิดจากการเผาไหม้ไม่หมด หรือน้ำมันหยดรั่ว (Dripping) เข้าไปในจังหวะที่ลูกสูบกำลังอัดอากาศ
  • ทำให้เครื่องยนต์ร้อนมาก ก๊าซไอเสียที่ร้อนจัดผิดปกติ (High EGT) จะไหลเข้าสู่เทอร์โบชาร์จเจอร์และก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง นำไปสู่ความเสียหายร้ายแรงต่อชิ้นส่วนที่มีราคาแพง
  • แกนเทอร์โบขาด/เสียหาย เมื่อน้ำมันหล่อลื่นเสื่อมสภาพและเกิดความร้อนสูงสะสมที่แกนเทอร์โบ ประกอบกับการหมุนด้วยความเร็วสูงมาก (หลายแสนรอบต่อนาที) จะทำให้ แกนเทอร์โบขยายตัว เกิดการสึกหรอ และขาด (Fracture)

ปัญหา หัวฉีดรั่ว และ หัวฉีดไม่เป็นฝอย ทำให้เกิดการเผาไหม้ที่ผิดที่ผิดเวลา และไม่สมบูรณ์ ซึ่งเพิ่ม อุณหภูมิในห้องจุดระเบิดของเครื่องยนต์สูงขึ้นอย่างมาก หากปล่อยทิ้งไว้ไม่เร่งแก้ไข จะนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรงต่อชิ้นส่วนที่มีราคาแพง อื่นๆ และอาจต้องเสียค่าซ่อมที่มากขึ้น เช่น เทอร์โบชาร์จเจอร์ หรือการเสียหายภายในจนต้องเปลี่ยนอะไหล่ชุดโอเวอร์ฮอลล์ครั้งใหญ่ (Enging Overhaul Set)

วิธีในการดูแลรักษา ยืดอายุการใช้งาน Fuel Injection Pump & Fuel Injector

การบำรุงรักษาเชิงป้องกันเป็นกุญแจสำคัญในการยืดอายุการใช้งานของปั๊มอัดกำลังและหัวฉีด ซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่มีราคาสูงและต้องการความสม่ำเสมอในการดูแล

3.1 การควบคุมคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Quality Management) คือปัจจัยสำคัญที่สุด

  • เลือกใช้น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพสูง ควรเลือกดีเซลที่มีการตรวจสอบว่าน้ำมันปราศจากน้ำและสิ่งเจือปน
  • การตรวจสอบการปนเปื้อนของน้ำ ตรวจสอบและถ่ายน้ำที่สะสมในถังน้ำมันเชื้อเพลิงและในหม้อกรองน้ำมัน (Fuel Water Separator) เป็นประจำ การมีน้ำในระบบจะทำให้เกิดสนิมและการกัดกร่อนภายในปั๊มและหัวฉีดอย่างรุนแรง
  • ใช้สารเพิ่มประสิทธิภาพน้ำมัน (Fuel Additives): ใช้สารทำความสะอาดระบบเชื้อเพลิงคุณภาพสูง (Injector Cleaner) เป็นครั้งคราวเพื่อสลายคราบคาร์บอนที่สะสมบนปลายหัวฉีด

3.2 การเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามระยะ (Strict Filter Replacement)

  • ระยะเวลาเปลี่ยน ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซล (Fuel Filter) ต้องเปลี่ยนตามระยะที่กำหนดโดยผู้ผลิต (OEM) อย่างเคร่งครัด (โดยทั่วไป เปลี่ยนทุก 1 ปี)
  • ใช้ไส้กรองคุณภาพสูง: เพื่อป้องกันอนุภาคขนาดเล็กเข้าทำลายปั๊มและหัวฉีด

3.3 การตรวจสอบเชิงรุก (Proactive Inspection)

  • ตรวจสอบแรงดันในระบบ ตรวจสอบแรงดันน้ำมันเชื้อเพลิงที่ส่งไปยังปั๊มอัดกำลัง (Fuel Injection Pump) หากแรงดันต่ำเกินไป อาจหมายถึงมีรอยรั่วในสายส่งน้ำมันเชื้อเพลิงหรือปั๊มส่ง (Fuel Feed Pump) มีปัญหา
  • การตรวจสอบ Leak-off ของหัวฉีด การวัดปริมาณน้ำมันที่ไหลกลับ (Return Flow) ของแต่ละหัวฉีดสามารถบ่งชี้ได้ว่าหัวฉีดใดมีปัญหา (หากรั่วไหลมากเกินไป จะต้องทำการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนทันที)
  • การหมั่นสตาร์ทเครื่องประจำสัปดาห์ ช่วยในการตรวจสอบสภาพความพร้อมใช้งานของระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะจะสามารถเห็นปัญหาตั้งแต่ช่วงแรก ทำให้แก้ไขปัญหาดัทันท่วงที และป้องกันการลุกลามไปยังอุปกรณ์อื่นๆ

การซ่อมแซมและการวิเคราะห์ปัญหาระบบฉีดเชื้อเพลิงดีเซล ต้องใช้ความรู้เฉพาะทาง และประสบการณ์ในการซ่อม เพื่อป้องกันความเสียหายของอะไหล่อุปกรณ์ ที่มีราคาสูง และสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด แนะนำเลือกทีมงานมืออาชีพจาก Engineering 1986 ที่มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี เพื่อความมั่นใจในงานซ่อม ให้เครื่องสามารถกลับมาใช้ได้โดยเร็วที่สุด

ซ่อม Diesel Engine Generator ทุกปัญหา ซ่อมปั๊มอัดกำลังน้ำมันเชื้อเพลิงและหัวฉีด กับ Engineering 1986

การซ่อมแซมและการวิเคราะห์ปัญหาระบบฉีดเชื้อเพลิงดีเซล

ระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซล ไม่ว่าจะเป็น ปั๊มอัดกำลังน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Injection Pump) หรือ หัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Injector) ถือเป็นชิ้นส่วนที่ทำงานด้วยความแม่นยำสูง ความซับซ้อนนี้ทำให้การวินิจฉัยและซ่อมแซมเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง

หากการวิเคราะห์ปัญหาผิดพลาด อาจนำไปสู่การเปลี่ยนอะไหล่ที่ไม่จำเป็น หรือที่เลวร้ายกว่านั้นคือ ก่อให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติม ต่อชิ้นส่วนภายในที่มีราคาสูง เช่น ลูกสูบอัดกำลัง หรือชุดวาล์วควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ การซ่อมแซมระบบนี้จึง ต้องใช้ความรู้เฉพาะทาง และประสบการณ์ในการซ่อม เพื่อป้องกันความเสียหายของอะไหล่อุปกรณ์ที่มีราคาสูง และสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด

Engineering 1986 ประสบการณ์มากกว่า 15 ปี ที่ไว้วางใจได้

เราเข้าใจดีว่าการหยุดทำงานของเครื่องยนต์ดีเซลสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรือเครื่องจักรสำคัญ หมายถึงความเสียหายทางธุรกิจที่ประเมินค่าไม่ได้ ดังนั้น ความรวดเร็วและแม่นยำในการซ่อมจึงเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด

เลือกทีมงานมืออาชีพจาก Engineering 1986 ที่สั่งสม ประสบการณ์มากกว่า 15 ปี ในการวิเคราะห์และซ่อมบำรุงระบบฉีดเชื้อเพลิงดีเซลทุกประเภท ตั้งแต่ระบบกลไกแบบเก่า จนถึงระบบ Common Rail ที่ซับซ้อน ทีมงานของเรามีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ปัญหา ของระบบการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างละเอียด

เราบริการซ่อมด้วยอะไหล่ที่มีมาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพงานซ่อม เพื่อให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 100% อีกครั้ง

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านระบบดีเซลแรงดันสูง เราได้ให้บริการตรวจเช็ก ซ่อมแซม และบำรุงรักษา ปั๊มอัดกำลัง (Injection Pump) และ หัวฉีด (Injector) สำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซลและเครื่องสูบน้ำดับเพลิงมาแล้วหลายโครงการ

ตัวอย่างผลงานที่ผ่านมา Generator

Generator Cummins Model : BTA5.9-G2

Generator Perkins Model : 4006-23TAG2A

Generator CUMMINS Model : QSK23-G3

Generator Cummins NTA855-GIA

 

ตัวอย่างผลงานที่ผ่านมา Fire Pump

Fire Pump John Deere Model : JU6H-UF84

 

ดำเนินงานโดยได้รับการรับรองและมีใบอนุญาตจากสภาวิศวกร พร้อมเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน พร้อมดูแลลูกค้าบริการ Hotline 24 ชั่วโมง ตลอดอายุสัญญา

ให้บริการแบบ One Stop Service “ตรวจสอบ รับซ่อม ครบจบที่เดียว)

🔹บริการตรวจสอบและซ่อมบำรุง เครื่องกำเนิดไฟฟ้า และเครื่องสูบน้ำดับเพลิง ประจำปี Preventive Maintenance / Annual Maintenance / Performance test ตรวจสอบสถานะและค่าพลังงานทั้งระบบไฟฟ้าและระบบเครื่องยนต์

🔹บริการ Load test ทดสอบประสิทธิภาพและปริมาณการใช้ไฟฟ้า ด้วย Load bank ภายใต้พิกัดกำลัง (Power rating) ที่กำหนดตามมาตรฐาน วสท. แนะนำการตั้งค่าการจ่าย Load เพื่อยืดอายุการใช้งานเครื่องจักรภายในโรงงาน ลดความเสียหายจากการใช้งานเครื่องเกินพิกัด

🔹ให้บริการติดตั้ง Generator เครื่องใหม่ โดยคำนวณพร้อมวิเคราะห์การใช้ไฟฟ้าของอาคาร และการเลือก Load ที่เหมาะสม

🔹บริการ Hydrants test และ Fire Pump Performance test ทดสอบประสิทธิภาพ เครื่องสูบน้ำดับเพลิง

🔹บริการ Training Free ให้กับทีมงานช่างผู้ดูแลอาคาร วิธีดูแลอุปกรณ์หน้างาน ให้ลูกค้าเข้าใจปัญหาและแก้ไขได้เองเบื้องต้น อีกทั้งพร้อมรับสายซ่อมบำรุงฉุกเฉิน Hotline 24 ชั่วโมง

🔹 มี QR CODE สติ๊กเกอร์หน้าเครื่อง สามารถตรวจสอบประวัติการซ่อมบำรุงได้จากมือถือ หมดปัญหาด้านเอกสาร พร้อมทุกเมื่อสำหรับงาน Audit

👨🏻‍🔧 ดูแลเครื่องกำเนิดไฟฟ้าให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา เลือกใช้บริการ Engineering 1986

 

24 Hours Hotline ‼️

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม งานบริการหรือสินค้าอื่น ๆ ได้ที่ 👇🏻

👩🏻‍🔧ฝ่ายขาย

☎️ Tel : 02-159-9477

☎️ Tel : 065-440-4513

📧 E-mail : sales@engineering1986.com

📧 E-mail : manager@engineering1986.com

👨🏻‍🔧ฝ่ายวิศวกรรม

🟢Line : @engineering1986 หรือ https://lin.ee/thW3g86

☎️ Tel : 02-159-9477

☎️ Tel : 063-072-9452