Engineering1986 > สาระความรู้ > Generator Fuel Consumption การตรวจสอบอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า สัญญาณเงียบของปัญหาเครื่องยนต์

Fuel Consumption คือ อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ ความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง ที่เครื่องยนต์ใช้ในการขับเคลื่อนหรือผลิตกำลังงานในช่วงเวลาหนึ่ง

เป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ว่าสามารถเปลี่ยนพลังงานเคมีในน้ำมันเชื้อเพลิงให้เป็นพลังงานกลได้มีประสิทธิภาพเพียงใด ยิ่งตัวเลขการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำเท่าไหร่ หมายถึงประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ยิ่งสูงเท่านั้น โดยในเครื่องกำเนิดไฟฟ้า หน่วยที่ใช้บ่อย คือ ลิตรต่อชั่วโมง (L/hr) หรือ กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อลิตร (kWh/L) โดยวัดปริมาณน้ำมันที่ใช้ต่อช่วงเวลา หรือต่อปริมาณกำลังไฟฟ้าที่ผลิตได้

อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น สัญญาณอันตรายว่าเครื่องยนต์กำลังมีปัญหา

มีหลายปัจจัยในการทำงานของเครื่องยนต์ ที่เกี่ยวข้องกับการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง มีผลโดยตรงต่อปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ ซึ่งสามารถวิเคราะห์ปัญหา และอ้างอิงแนวโน้มในการซ่อมได้

ปัญหากับระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Injection System) เป็นปัจจัยโดยตรงที่ส่งผลต่อการเผาไหม้

  • หัวฉีดรั่ว (Injector Leaking/Dripping)

น้ำมันรั่วหยดเข้าห้องเผาไหม้ในจังหวะที่ไม่ถูกต้อง ทำให้เป็นการสูญเสียเชื้อเพลิงโดยเปล่าประโยชน์

  • รูปแบบการพ่นผิดปกติ (Poor Spray Pattern)

หากหัวฉีดไม่เป็นละอองฝอยละเอียด จะทำให้เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ และต้องใช้เชื้อเพลิงมากขึ้นเพื่อสร้างกำลังงาน

  • จังหวะการฉีดผิดพลาด (Incorrect Timing)

ทำให้การเผาไหม้ไม่เหมาะสม ส่งผลให้เครื่องยนต์สูญเสียกำลังและสิ้นเปลืองน้ำมัน

  • การตั้งค่าปั๊มอัดกำลังน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ถูกต้อง

การตั้งค่าปั๊มฉีด (ในระบบกลไก) หรือการตั้งค่า ECU ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้ปริมาณการฉีดเกินความจำเป็น จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบและซ่อมแซมปั๊มอัดกำลังน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงตั้งค่าการทำงานใหม่

ปัญหาเกี่ยวกับการซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ (Engine Maintenance)

  • สภาพเครื่องยนต์โดยรวม

การสึกหรอของแหวนลูกสูบหรือวาล์ว ทำให้แรงอัด (Compression) ลดลง เครื่องยนต์ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษากำลัง

  • ระบบหล่อลื่น

การใช้น้ำมันเครื่องที่หนืดเกินไปจะเพิ่มแรงเสียดทานภายใน และเครื่องอาจต้องใช้กำลังในการขับเคลื่อนที่สูงขึ้น แต่หากน้ำมันหล่อลื่นเหลวเกินไป มีความหนืดที่ไม่เหมาะสม จะส่งผลต่อการหล่อลื่นและถนอมการใช้งานของเครื่องยนต์ได้น้อยลง จึงควรใช้น้ำมันหล่อลื่นด้วยเบอร์ที่เหมาะสม ที่วิศวกรมืออาชีพแนะนำ อย่าง Rich Lube น้ำมันเครื่องเกรดสังเคราะห์แท้ เบอร์ 15w-40 ที่เหมาะสมกับเครื่อง Heavy duty อย่างเครื่องกำเนิดไฟฟ้า

  • กรองอากาศอุดตัน

หากไส้กรองอากาศที่อุดตันหรือสกปรก อาจจะทำให้มีสิ่งเจือปนเข้าไปกับไอดี หรืออากาศที่ดูดเข้าห้องเผาไหม้ และต้องใช้กำลังในการดูดอากาศที่มากขึ้น ทำให้ระบบอากาศหมุนเวียนเพื่อการจุดระเบิดไม่สมบูรณ์

  • เทอร์โบชาร์จเจอร์

เทอร์โบชาร์จเจอร์ ที่มีปัญหาโดยเฉพาะปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการรั่วไหลหรือการสร้างแรงอัดอากาศ สามารถทำให้เครื่องยนต์สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงสูงผิดปกติ ได้ อากาศที่เข้าสู่ห้องเผาไหม้ลดลง อัตราส่วนผสมอากาศต่อเชื้อเพลิง (Air-Fuel Ratio) จะไม่เหมาะสม เครื่องยนต์จะทำงานในสภาวะ มีน้ำมันมากเกินไป

ปัญหาด้านคุณภาพเชื้อเพลิง

  • คุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง

น้ำมันอาจมีน้ำหรือสิ่งเจือปนสูงจะส่งผลเสียต่อการเผาไหม้และทำให้การสิ้นเปลืองสูงขึ้น

  • การอุดตันของไส้กรอง

ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่ได้เปลี่ยนเป็นเวลานาน ขาดการดูแลรักษาตามอายุ

  • การตั้งค่าที่ไม่ถูกต้อง: การตั้งค่าปั๊มฉีด (ในระบบกลไก) หรือการตั้งค่า ECU (ในระบบอิเล็กทรอนิกส์) ที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้ปริมาณการฉีดเกินความจำเป็น

อย่าปล่อยให้ปัญหาเล็กๆ ที่อาจดูเหมือนไม่มีผลกระทบอะไร

จะสามารถคำนวณอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันของ Generator ได้อย่างไร?

ค่า Fuel Consumption มีวิธีในการประมาณการณ์ใช้งานและมีหลักในการคำนวนได้หลายวิธี ตั้งแต่การคำนวณด้วยตนเองไปจนถึงการอ่านค่าจากระบบอิเล็กทรอนิกส์ของเครื่องยนต์

  1. การคำนวณแบบเก็บค่าตามการทดสอบจริง
    • เติมน้ำมันเต็มถัง หรือ ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีอยู่ในขณะนั้น
    • จดชั่วโมงการทำงาน กำลังโหลดที่ใช้ และนำระยะเวลาเทียบกราฟทั้งหมด
    • การเก็บค่ายิ่งสามารถเก็บได้ละเอียด เทียบเวลาและกำลังโหลด ได้ยิ่งถี่และละเอียดยิ่งสามารถคำนวนได้แม่นยำยิ่งขึ้น
    • ใช้งานจนสิ้นสุดและนำค่าทั้งหมดมาคำนวน
    • การคำนวณ ขึ้นอยู่กับปัจจัยเวลาและกำลังโหลด
  • ปริมาณน้ำมันที่ใช้(ลิตร) / กำลังโหลดที่ใช้ (กิโลวัตต์) = ลิตรต่อกิโลวัตต์ (kWh/L)
  • ปริมาณน้ำมันที่ใช้(ลิตร) / เวลาที่ใช้ (ชั่วโมง) = ลิตรต่อชั่วโมง (kWh/hr)

สำหรับการทดสอบ Load Test หรือการทดสอบสมรรถนะของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า การเก็บค่าอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง ควรมีการเทียบค่า ทั้ง kW เวลาที่ใช้ และ จำนวนลิตรที่ใช้ เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมการทำงานและวิเคราะห์ปัญหาเครื่องอื่นๆในระหว่างทดสอบสมรรถนะได้

ตัวอย่างภาพกราฟการเก็บข้อมูลและการคำนวน ระหว่างการทดสอบ Load Test ที่มีการปรับกำลังไฟฟ้าที่ใช้ทุก 10 นาที ควรคำนวณอัตราการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิงทุก 10 นาทีด้วยเช่นกัน ซึ่งจะสามารถเห็นแนวโน้มของการกินน้ำมันเชื้อเพลิง ที่เพิ่มเป็นสัดส่วนควบคู่มกับกำลังโหลดทางไฟฟ้าที่ใช้ได้

  1. การเก็บค่าอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงจากอุปกรณ์ติดตั้ง
  • ระบบคอมพิวเตอร์บนรถ/เครื่องยนต์ สำหรับเครื่องยนต์สมัยใหม่ที่มี ECU (Electronic Control Unit) จะมีเซ็นเซอร์วัดการไหลของน้ำมันเชื้อเพลิง (Flow Meter) และประมวลผลเป็นค่าเฉลี่ยการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงแสดงผลบนหน้าจอ
  • การติดตั้ง Fuel Flow Meter เพื่อวัดค่าโดยตรง (สำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า) เป็นการติดตั้งอุปกรณ์เสริม เพื่อวัดปริมาณน้ำมันที่ใช้จริงต่อชั่วโมง (L/hr)
  1. การประมาณการณ์อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงจากผู้ผลิต

การอ้างอิงอัตราสิ้นเปลืองจากผู้ผลิต (OEM) เป็นอีกวิธีที่สามารถประมาณการณ์ได้คร่าวๆ เรื่องการออกแบบและสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับการใช้งาน ผู้ผลิตเครื่องยนต์ดีเซลรายใหญ่ (เช่น Cummins, Caterpillar) มักจะมีข้อมูล Consumption Rate อย่างละเอียด ซึ่งมักแสดงในหน่วย ลิตรต่อชั่วโมง (L/hr) หรือ กรัม/กิโลวัตต์-ชั่วโมง (g/kWh) ณ จุดโหลดต่างๆ ในใบข้อมูลสินค้า (Specification data sheet)

  • ตัวอย่างข้อมูลอัตราการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิง ที่เปิดเผยโดย Caterpillar ผู้ผลิตเครื่องยนต์

  • ตัวอย่างข้อมูลอัตราการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิง ที่เปิดเผยโดย Cummins ผู้ผลิตเครื่องยนต์

การสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงผิดปกติบ่งชี้ถึงปัญหาด้านประสิทธิภาพและต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้จะสูงขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถ บ่งชี้ปัญหาทางเทคนิคเพราะอัตราสิ้นเปลืองที่สูงขึ้นอย่างกะทันหันหรือต่อเนื่องมักเป็น สัญญาณอันตราย ว่าโครงสร้างการทำงานของระบบจุดระเบิดของเครื่องยนต์หรือชิ้นส่วนเครื่องยนต์กำลังมีปัญหาโดยเฉพาะชิ้นส่วนเกี่ยวกับ ระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Injection System) หรือ เทอร์โบชาร์จเจอร์ มีปัญหา (Turbocharger)

ควรสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงเท่าไหร่ จึงเพียงพอต่อการใช้งาน Generator ในยามฉุกเฉิน

ความพร้อมของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) ในภาวะฉุกเฉินนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพเครื่องยนต์ที่สมบูรณ์เท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่สำรองไว้ในถังด้วย การคำนวณปริมาณสำรองจึงต้องคำนึงถึงทั้งความต้องการทางเทคนิค (ชั่วโมงการทำงาน) และข้อกำหนดด้านความปลอดภัยตามกฎหมาย

การกำหนดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองขั้นต่ำสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าฉุกเฉิน (Generator) จะถูกกำหนดตาม Class  (ระดับชั้น) ของระบบ EPSS (Emergency Power Supply System) ซึ่งหมายถึง ระยะเวลาขั้นต่ำเป็นชั่วโมง ที่ระบบถูกออกแบบให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องที่พิกัดกำลัง (Rated Load) โดยไม่ต้องเติมน้ำมัน

คำแนะนำเหล่านี้อ้างอิงตามมาตรฐานสากล NFPA 110 ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่ใช้กันอย่างแพร่หลายสำหรับอาคารที่มีความสำคัญสูงในประเทศไทย

  • ข้อกำหนดการทดสอบตามมาตรฐาน NFPA 110
  • มาตรฐานสากลอย่าง NFPA 110 (Standard for Emergency and Standby Power Systems) เน้นย้ำถึงความพร้อมของเครื่องยนต์ผ่านการทดสอบอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งต้องใช้ปริมาณน้ำมันที่เพียงพอสำหรับการทดสอบ

หลักการกำหนดชั่วโมงการสำรองน้ำมัน (Required Run Time)

  • การทดสอบประจำสัปดาห์และประจำเดือน (Weekly&Monthly Test): เครื่องยนต์ดีเซลต้องเดินเครื่องอย่างน้อย 30 นาที
  • การทดสอบประจำปี (Annual Load Bank Test) ต้องทดสอบด้วยโหลดเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1.5 ชั่วโมง โดยต้องมีช่วงที่รับโหลดไม่น้อยกว่า 75% ของพิกัด kW เป็นเวลา 1 ชั่วโมง
  1. วิธีคำนวณปริมาตรถังที่ต้องการ (Minimum Volume Calculation)

การคำนวณต้องเริ่มต้นจากอัตราการบริโภคน้ำมันที่โหลดสูงสุดที่คาดว่าจะใช้งาน:

  1. กำหนดอัตราสิ้นเปลือง (Fuel Consumption – FC Rate):
    • ตรวจสอบตารางอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันจากผู้ผลิต (OEM) ในหน่วย ลิตรต่อชั่วโมง (L/hr)
    • ควรใช้ค่าที่โหลดสูงสุดที่คาดว่าจะใช้งานจริง (เช่น 75% หรือ 100% Load) เพื่อความปลอดภัยในการคำนวณ (Worst-Case Scenario)
  2. คำนวณปริมาณน้ำมันขั้นต่ำที่ต้องสำรอง:

ปริมาตรน้ำมันขั้นต่ำที่ต้องสำรอง (ลิตร) =  อัตราสิ้นเปลืองที่โหลดสูงสุด (L/hr) xชั่วโมงการสำรองที่ต้องการ

ตัวอย่าง: หากเครื่องยนต์มีอัตราสิ้นเปลือง 75 L/hr และต้องการสำรองน้ำมันเป็นเวลา 8 ชั่วโมง

ปริมาตรขั้นต่ำ= 75 L/hr x 8 hr = 600 ลิตร

การคำนวณที่ผิดพลาด หรือการที่ระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Injection System) มีปัญหา (เช่น หัวฉีดรั่ว หรือเทอร์โบมีปัญหา ) อาจทำให้ อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงสูงผิดปกติ และทำให้ปริมาณน้ำมันสำรองไม่เพียงพอต่อชั่วโมงที่ต้องการในยามฉุกเฉิน แนะนำเลือกใช้บริการจาก Engineering 1986 เพื่อทำการ Load Test และตรวจสอบระบบฉีดเชื้อเพลิงอย่างละเอียด เพื่อให้ได้ค่าอัตราสิ้นเปลืองที่แท้จริงและแม่นยำที่สุด

อย่าเมินเฉยปัญหา Generator กินน้ำมันเชื้อเพลิงสูงกว่าปกติ หยุดความเสี่ยงในยามฉุกเฉิน ให้วิศวกรมืออาชีพเข้าตรวจสอบ

ปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงหมดเปลืองสูงผิดปกติ เป็นปัญหาที่พบบ่อย ซึ่งหลายๆองค์กรมองข้าม ทำให้เกิดต้นทุนที่สูงขึ้นโดยไม่จำเป็น ทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมา ทั้ง เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสตาร์ทติดยาก หรือสตาร์ทติดแล้วดับ

สัญญาณเหล่านี้ไม่ใช่สภาพการทำงานตามอายุของเครื่องยนต์ทั่วไปเถพียงอย่างเดียว แต่เป็นสัญญาณอันตรายจาก ระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Injection System) ระบบโครงสร้างจุดระเบิดของเครื่องยนต์ (Air Fuel Ratio) ที่กำลังทำงานผิดพลาด

หากปล่อยทิ้งไว้อาจความเสี่ยงต่อความเสียหายต่อเนื่อง เช่น อุณหภูมิสูง, เขม่าควันดำ, และการสึกหรอของชิ้นส่วนราคาแพงอย่าง เทอร์โบชาร์จเจอร์

 

เลือกความมั่นใจ เลือก Engineering 1986

การซ่อมแซมและวิเคราะห์ปัญหาระบบฉีดเชื้อเพลิงดีเซลต้องใช้ความละเอียดสูงสุด หากการวิเคราะห์ผิดพลาด อาจนำไปสู่การเปลี่ยนอะไหล่ที่ไม่จำเป็น หรือความเสียหายต่อชิ้นส่วนที่มีราคาสูง เช่น ลูกสูบอัดกำลัง

เราคือทีมงานมืออาชีพที่คุณวางใจได้ ตรวจสอบครอบคลุมและวิเคราะห์ให้อย่างตรงจุด แนะแนวทางการตรวจสอบ

  • ประสบการณ์กว่า 15 ปี: เราสั่งสมประสบการณ์ในการวิเคราะห์และซ่อมบำรุงระบบฉีดเชื้อเพลิงดีเซลทุกประเภท ตั้งแต่ระบบกลไกแบบเก่าจนถึงระบบ Common Rail ที่ซับซ้อน
  • วิเคราะห์ตรงจุด: เรามีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ปัญหาของระบบการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างละเอียด รวมถึงการตรวจสอบเชิงรุก เช่น การวัดปริมาณน้ำมันที่ไหลกลับ
  • ตรวจสอบ Generator รายปี และบริการ Load test : เราเก็บข้อมูลโดยละเอียดทั้งพิกัดโหลด กำลังทางไฟฟ้า ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม และการทำงานของเครื่องยนต์
  • ซ่อมตามมาตรฐาน: เราบริการซ่อมด้วยอะไหล่ที่มีมาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพงานซ่อม และแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด
  • One Stop Service: เราพร้อมดูแลเครื่องกำเนิดไฟฟ้าของคุณให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา ด้วยบริการตรวจสอบ รับซ่อม ครบจบในที่เดียว
  • QR Code : ระบบฐานข้อมูลการซ่อมบำรุงออนไลน์ ที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ตลอดเวลา

อย่าปล่อยให้ปัญหาเล็กน้อยกลายเป็นภัยพิบัติทางธุรกิจ!

พร้อมดูแลคุณ 24 ชั่วโมง

โทรหาผู้เชี่ยวชาญของเราทันทีเพื่อรับการวินิจฉัยและวางแผนงานซ่อมที่ได้มาตรฐาน

24 Hours Hotline ‼️

ฝ่ายวิศวกรรม:

  • Line: @engineering1986
  • โทร: 02-159-9477 / 063-072-9452

Engineering 1986 มั่นใจในงานซ่อม ให้เครื่อง Generator ของคุณกลับมาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 100% อีกครั้ง!